วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Blackberry Messenger


Blackberry Messenger สิงหาคม 3, 2009

Filed under: เทคนิคการใช้งาน blackberry — mydear27 @ 8:46 pm 
Blackberry Messenger คืออะไรนะ?
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้งาน Blackberry มาก่อนอาจจะไม่คุ้นเคยกับคำนี้ ดังนั้นเราจึงถือโอกาสมาแนะนำสั้นๆ ง่ายๆและบอกวิธีการใช้งานของจ้าตัว Blackberry Messenger กันค่ะ
Blackberry Messenger หรือ BB คือ
- โปรแกรม Chat ตัวหนึ่ง คุยโต้ตอบกันไปมา
- มีไว้ Chat กันในหมู่ของผู้ใช้ Blackberry เท่านั้น
- การที่จะคุยกันได้ทั้งคู่ต้องทราบ PIN ของกันและกัน
เดี๋ยวนี้ตามสื่อต่างๆ ทั้ง โทรทัศน์ วิทยุ ก็จะพูดกันบ่อยๆ ว่าคุย BB กัน หรือจะไม่ค่อยถามเบอร์กัน แต่จะถามเลข PIN กันมากกว่า การที่คุยผ่าน PIN นั้น มี security สูงกว่าการส่ง sms ปกติที่วิ่งผ่านชุมสายของ operator ต่างๆค่ะ
ต่อไปเลข PIN สวย อาจมีราคาสูงเหมือนเบอร์มือถือสวยก็ได้นะคะ
Feature ของ BB Messenger มีมากกว่าการพิมพ์คุยกันไปมา นั่นก็คือ
Send a File – ส่ง File ภาพได้
Send Voice note – อัดเสียงและส่งไปได้ (ถ้าใครไม่อยากพิมพ์ ก็อัดเสียงส่งไปได้)
Send My Location – ส่งที่อยู่จากจุดที่เราอยู่แนบไปได้
invite conference – สามารถ BB พร้อมกันได้มากกว่าหนึ่งคน
วิธีการใช้งาน
1.Add PIN ของเพื่อนเราก่อน  มี  2 วิธี  โดยเริ่มจาก
ไปที่เมนู Instant Messenger เลือก Blackberry Messenger-> กดเมนู รูป BB –> เลือก invite contact  จากนั้น
1.1 ใส่ PIN ของเพื่อนเรา –> กด Send
ที่เครื่องของเพื่อนต้องกดยอมรับ PIN ของเราและก็จะสามารถคุยกันได้
1.2 กด Scan Person’s barcode –> กด Continue  และเอากล้องเครื่อง BB ของเราไปจ่อที่ Barcode ของเพื่อน (ตอนนี้เครื่องของเพื่อนต้องเปิด barcode โดยไปที่ BBM Profile ของตนเอง –> เลือก Display My Barcode)  รอสักครู่ก็คุยกันได้เลย  แบบนี้เพื่อนไม่ต้องกดยอมรับ เพราะถ้าไม่ยอมคงไม่ให้ Barcode เนอะ
2. Chat กันเลย
เวลาจะคุยกะใครก็เลือกชื่อเพื่อนคนนั้น และก็พิมพ์ลงในช่อง เสร็จแล้วกด Enter จ้า
วิธีการดู PIN
1.ง่ายที่สุด  ดูข้างกล่องที่ซื้อมา
2. ถอด batt และดูได้ที่ Label หลังเครื่อง
3. เข้าเมนูในตัวเครื่องเลือก Option  เลือก Status
ง่ายๆเท่านี้ก็ chat กันได้แล้่วค่ะ
 

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

ชนิของคอมพิวเตอร์

"ชนิดของคอมพิวเตอร์"

                    ไมโครคอมพิวเตอร์
(Microcomputer)

       
        ไมโครคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก
บางคนเห็นว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานส่วนบุคคล หรือเรียกว่า พีซี (Personal Computer : PC) สามารถใช้เป็นเครื่องต่อเชื่อมในเครือข่าย หรือใช้เป็นเครื่องปลายทาง (terminal) ซึ่งอาจจะทำหน้าที่เป็นเพียงอุปกรณ์รับและแสดงผลสำหรับป้อนข้อมูลและดูผลลัพธ์ โดยดำเนินการการประมวลผลบนเครื่องอื่นในเครือข่าย อาจจะกล่าวได้ว่าไมโครคอมพิวเตอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผลกลางเป็นไมโครโพรเซสเซอร์ ใช้งานง่าย ทำงานในลักษณะส่วนบุคคลได้ สามารถแบ่งแยกไมโครคอมพิวเตอร์ตามขนาดของเครื่องได้ดังนี้


            คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (desktop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กถูกออกแบบมาให้ตั้งบนโต๊ะ มีการแยกชิ้นส่วนประกอบเป็น ซีพียู จอภาพ และแผงแป้งอักขระ



            แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ (laptop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่วางใช้งานบนตักได้ จอภาพที่ใช้เป็นแบบแบนราบชนิดจอภาพผนึกเหลว (Liquid Crystal Display : LCD) น้ำหนักของเครื่องประมาณ 3-8 กิโลกรัม



            โน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ (notebook computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดและความหนามากกว่าแล็ปท็อป น้ำหนักประมาณ 1.5-3 กิโลกรัม จอภาพแสดงผลเป็นแบบราบชนิดมีทั้งแบบแสดงผลสีเดียว หรือแบบหลายสี โน้ตบุ๊คที่มีขายทั่วไปมีประสิทธิภาพและความสามารถเหมือน กับแล็ปท็อป



            ปาล์มท็อปคอมพิวเตอร์ (palmtop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานเฉพาะอย่าง เช่นเป็นพจนานุกรม เป็นสมุดจนบันทึกประจำวัน บันทึกการนัดหมายและการเก็บข้อมูลเฉพาะบางอย่างที่สามารถพกพาติดตัวไปมาได้สะดวก



                    สถานีงานวิศวกรรม (engineering workstation)



        ผู้ใช้สถานีงานวิศวกรรมส่วนใหญ่เป็นวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ สถาปนิก และนักออกแบบ สถานีงานวิศวกรรมมีจุดเด่นในเรื่องกราฟิก การสร้างรูปภาพและการทำภาพเคลื่อนไหว การเชื่อมโยงสถานีงานวิศวกรรมรวมกันเป็นเครือข่ายทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้งานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์หลายบริษัทได้พัฒนาซอฟต์แวร์สำเร็จสำหรับใช้กับสถานีงานวิศวกรรมขึ้น เช่นโปรแกรมการจัดทำต้นฉบับหนังสือ การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์งานจำลองและคำนวณทางวิทยาศาสตร์ งานออกแบบทางด้านวิศวกรรมและการควบคุมเครื่องจักร การซื้อสถานีงานวิศวกรรมต่างจากการซื้อเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ เพราะไมโครคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องสามารถใช้โปรแกรมสำเร็จสำหรับไมโครคอมพิวเตอร์ได้ และมีลักษณะการใช้งานเหมือนกัน ส่วนการซื้อสถานีงานวิศวกรรมนั้นยุ่งยากกว่า สถานีงานวิศวกรรมมีราคาแพงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์มาก การใช้งานก็ต้องการบุคลากรที่มีการฝึกหัดมาอย่างดี หรือต้องใช้เวลาเรียนรู้  สถานีงานวิศวกรรมส่วนใหญ่ใช้ระบบปฎิบัติการยูนิกซ์ ประสิทธิภาพของซีพียูของระบบอยู่ในช่วง 50-100 ล้านคำสั่งต่อวินาที (Million Instruction Per Second : MIPS) อย่างไรก็ตามหลักจากที่ใช้ซีพียูแบบริสก์ (Reduced Instruction Set Computer :RISC) ก็สามารถเพิ่มขีดความสามารถเชิงคำนวณของซีพียูสูงขึ้นได้อีก ทำให้สร้างสถานีงานวิศวกรรมให้มีขีดความสามารถเชิงคำนวณได้มากกว่า 100 ล้านคำสั่งต่อวินาที
IBMrs6000




                    มินิคอมพิวเตอร์ (mini computer)
        มินิคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องที่สามารถใช้งานพร้อม
ๆ กันได้หลายคน จึงมีเครื่องปลายทางต่อได้ มินิคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีราคาสูงกว่าสถานีงานวิศวกรรม นำมาใช้สำหรับประมวลผลในงานสารสนเทศขององค์การขนาดกลาง จนถึงองค์การขนาดใหญ่ที่มีการวางระบบเป็นเครือข่ายเพื่อใช้งานร่วมกัน เช่น งานบัญชีและการเงิน งานออกแบบทางวิศวกรรม งานควบคุมการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม มินิคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณืที่สำคัญในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์การที่เรียกว่าเครื่อให้บริการ (server) มีหน้าที่ให้บริการกับผู้ใช้บริการ (client) เช่น ให้บริการแฟ้มข้อมูล ให้บริการข้อมูล ให้บริการช่วยในการคำนวณ และการสื่อสาร
minie3500



                    เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (
mainframe computer)


        เมนเฟรมคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีการพัฒนามาตั้งแต่เริ่มแรก
เหตุที่เรียกว่า เมนเฟรมคอมพิวเตอร์เพราะตัวเครื่องประกอบด้วยตู้ขนาดใหญ่ที่ภายในตู้มีชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเมนเฟรมคอมพิวเตอร์มีขนาดลดลงมาก
เมนเฟรมเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีราคาสูงมาก
มักอยู่ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักขององค์การ และต้องอยู่ในห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิและมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี         บริษัทผู้ผลิตเมนเฟรมได้พัฒนาขีดความสามารถของเครื่องให้สูงขึ้น ข้อเด่นของการใช้เมนเฟรมอยู่ที่งานที่ต้องการให้มีระบบศูนย์กลาง และกระจายการใช้งานไปเป็นจำนวนมาก เช่น ระบบเอทีเอ็มซึ่งเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่จัดการโดยเครื่องเมนเฟรม อย่างไรก็ตามขนาดของเมนเฟรมและมินิคอมพิวเตอร์ก็ยากที่จะจำแนกจากกันให้เห็นชัด ปัจจุบันเมนเฟรมได้รับความนิยมน้อยลง ทั้งนี้เพราะคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมีประสิทธิภาพและความสามารถดีขึ้น ราคาถูกลง ขณะเดียวกันระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็ดีขึ้นจนทำให้การใช้งานบนเครือข่ายกระทำได้เหมือนการใช้งานบนเมนเฟรม
 mainframe computer
mainframe computer



                    ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (super computer)       
        ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับงานคำนวณที่ต้องมีการคำนวณตัวเลขจำนวนหลายล้านตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว
เช่น งานพยากรณ์อากาศ ที่ต้องนำข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอากาศทั้งระดับภาคพื้นดิน และระดับชึ้นบรรยากาศเพื่อดูการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของอากาศ งานนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงมาก นอกจากนี้มีงานอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ซึ่งมีความเร็วสูง เช่น งานควบคุมขีปนาวุะ งานควบคุมทางอวกาศ งานประมวลผลภาพทางการแพทย์ งานด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะทางด้านเคมี เภสัชวิทยา และงานด้านวิศวกรรมการออกแบบ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็ว และมีประสิทธิภาพสูงกว่าคอมพิวเตอร์ชนิดอื่น การที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็ว เพราะมีการพัฒนาให้มีโครงสร้างการคำนวณพิเศษ เช่นการคำนวณแบบขนานที่เรียกว่า เอ็มพีพี (Massively Parallel Processing : MPP) ซึ่งเป็นการคำนวณที่กระทำกับข้อมูลหลาย ๆ ตัวในเวลาเดียวกัน
super coomputer
super computer

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

วิธีการทำความสะอาดคอมพิวเตอร์

วิธีง่ายๆ ในการทำความสะอาด คอมพิวเตอร์

ในโลกทุกวันนี้ คอมพิวเตอร์ ได้กลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญ ที่มีอิทธิพลอย่างมากในชีวิต ของเรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำงาน การสื่อสาร หรือ ให้ความบันเทิง แหละเพราะประโยชน์ ใช้สอยที่มากอย่างนี้ไงเล่า เราจึงจำเป็นจะต้องรู้จักวิธีดูแลรักษา คอมพิวเตอร์ตัวเก่งของเรา ให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่าที่สุด
ในโลกทุกวันนี้ คอมพิวเตอร์ ได้กลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญ ที่มีอิทธิพลอย่างมากในชีวิต ของเรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำงาน การสื่อสาร หรือ ให้ความบันเทิง แหละเพราะประโยชน์ ใช้สอยที่มากอย่างนี้ไงเล่า เราจึงจำเป็นจะต้องรู้จักวิธีดูแลรักษา คอมพิวเตอร์ตัวเก่งของเรา ให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่าที่สุด
แต่ถ้าหากคุณคือ มือใหม่หัดคลิ๊ก และไม่รู้ว่าจะต้องดูแลเจ้าสมองกลอย่างไรแล้วละก็ ไม่ยากหรอกค่ะ ไม่เชื่อลองดูซิคะ !
ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เรียบร้อย แล้วฉีดน้ำยาทำความสะอาดลงบนผ้าที่ชุบน้ำพอหมาดๆ จากนั้นนำมาเช็ดให้ทั่วทั้งตัวคอมฯ และกรอบจอคอมฯ ระวังอย่าให้มีน้ำยา หรือ น้ำหยดลงบน ตัว หรือ จอคอมฯ เสร็จแล้วก็ปล่อยไว้ให้แห้ง การทำความสะอาดตัว และกรอบจอคอมพิวเตอร์นั้น สามารถทำได้ เพียงปีละ 2 ครั้ง
Keyboard
หลังจากลองใช้งานไปซักระยะ เศษขนม นมเนย หรือ ผงฝุ่น เส้นผม อาจจะหลุดร่วง ลงไปตามซอกของเจ้าคีย์บอร์ดบ้าง แต่หลายคนอาจจะคิดว่า คงยากที่จะแซะ เอาซากเหล่านั้นออกได้ อย่ากังวลไปเลยค่ะ เพราะมันไม่ยากเลยซักนิด
1.ปิดเครื่องคอมฯก่อน และถอดสายพ่วง ตัวคีย์บอร์ดออก
2. เพื่อความสะดวกในการขจัดคราบ และผงต่างๆ ออก ให้คุณ คว่ำแป้นคีย์บอร์ดลง แล้วค่อยๆ เขย่าอย่างระมัดระวัง
Mouse
3. จากนั้นใช้เครื่องเป่า เป่าเอาเศษต่างๆ ออก
4. ยกคีย์บอร์ดขึ้น และพลิกกลับอีกครั้ง จากนั้นใช้หัวฉีด ก้านยาวที่ติดมากับเครื่องเป่า ทำความสะอาดบริเวณระหว่างช่อง ของแป้นตัวอักษร แต่ละตัว
5. นำผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาด มาเช็ดให้ทั่วแป้นพิมพ์ หากมีเศษ เล็ก ๆ หรือ คราบที่ติดอยู่ตรงซอกลึก ๆ ก็ให้ใช้ สำลีแบบก้าน ชุบน้ำยา แล้วนำมาเช็ดอีกที
6. สุดท้าย เพียงแค่ปล่อยให้คีย์บอร์ดแห้ง แล้วก็ต่อมันเข้ากับสายพ่วง ของคอมพิวเตอร์อีกที อ้อ ! ขอเตือนนิดนะคะว่า ทางที่ดี ควรจะจัดตารางทำความสะอาด คีย์บอร์ด ทุก ๆ 3 เดือน จะดีที่สุด
ถอดสายพ่วงเม้าส์ออกจากตัวคอมฯ แล้วเริ่มทำความสะอาดจากกรอบภายนอก ด้วย ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาด ในกรณีที่เป็น ออพติคอล เม้าส์ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเม้าส์ของคุณ เป็นแบบลูกกลิ้ง อยู่ด้านใน ต้องคว่ำเม้าส์ลง แล้วหมุนฝาปิดออก จริงๆ แล้ว ใช้เพียงผ้าแห้งเช็ดด้านในก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเม้าส์ ลูกกลิ้ง และบริเวณภายในมันดูสกปรกเกินไป ก็ให้ใช้น้ำ หรือ น้ำยาทำความสะอาดด้านในได้ ในส่วนของเม้าส์ ควรจะทำความสะอาด บ่อยๆ คือ เดือนละครั้ง จะช่วยให้เม้าส์ใช้งานได้สะดวก ไม่ตะกุกตะกัก



Screen
ส่วนหน้าจอคอมฯ เป็นส่วนที่ต้องใช้ความระมัดระวัง ในการทำความสะอาดมาก ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการพ่นหรือ ฉีดน้ำยาโดยตรง ควรจะใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดๆ ในการเช็ด ทำความสะอาดแทน สำหรับจอ CRT ที่เป็นจอแก้ว (Cathode Ray Tube) ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด แต่ถ้าเป็น จอLCD จำไว้ว่า ให้ใช้เพียงผ้าแห้งเท่านั้นในการเช็ด แต่ถ้าไม่สามารถ ทำความสะอาดได้หมด ก็ให้ใช้ผ้าชุบน้ำ แต่ให้หมาดที่สุด ไม่ต้องชุ่มมาก มาเช็ด แต่เพื่อความสะอาดที่ล้ำลึก อาจจะใช้ผ้าชุบ แอลกอฮอล์แบบ isopropyl alcohol แล้วนำมาเช็ดก็ได้
อย่างไรก็ดี ควรหลีกเลี่ยงการนำกระดาษเช็ดมือ (paper towels) มาเช็ดหน้าจอที่เป็นแบบ LCD เพราะกระดาษประเภทนี้ อาจจะทิ้งรอยขีดข่วนไว้บนจอสวยๆ ของคุณก็ได้นะคะ อ้อ ! แล้วก็ จอคอมฯ ก็เหมือนกับแก้ว หรือ กระจกนั่นแหละค่ะ ยิ่งทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน ก็ยิ่งสะอาดมาก ขึ้นเท่านั้น
Inside
บริเวณภายในคอมพิวเตอร์ เป็นอีกส่วนที่ทำความสะอาดยาก เพราะมักจะมีฝุ่น ผง หรือ ขนสัตว์หลุดเข้าไปติดอยู่เสมอ ดังนั้น คุณจึงควรทำความสะอาดทุกครั้ง ที่มีโอกาส โดยเริ่มจากการถอด ฝาด้านนอกออก ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ตามคู่มือ เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้เครื่องเป่า เป่าฝุ่น และเศษผง หรือ ขน ต่างๆ ออกให้หมด ในขณะที่ทำการเป่า ต้องระวังให้มาก อย่าให้เครื่องเป่าถูกชิ้นส่วนใดในเครื่อง และตั้งเครื่องเป่าให้อยู่ให้ถูกตำแหน่ง อย่าตั้งเครื่องเป่าลง เพราะมันอาจจะสร้างความเสียหายแก่ ชิ้นส่วนภายในของ เครื่องคอมฯได้
สุดท้าย ให้ประกอบชิ้นส่วนที่ถอดออกมากลับเข้าไปคืนให้หมด สำหรับบริเวณภายในเครื่องคอมฯนี้ ควรทำความสะอาดปีละครั้งก็พอ เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถยืดอายุ การใช้งานของมันไปได้อีกนานโข
Printer
อันดับแรก ต้องปิดเครื่องปริ้นท์ก่อน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำยา เช็ดให้ทั่วบริเวณเครื่องปริ้นท์ ในกรณีที่มีหมึกเลอะ ให้ใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์นำมาเช็ดอีกที คราบหมึกก็จะสลายไปทันตา
Scanner
เช่นเดียวกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่ต้องถอดปลั๊กออก ให้เรียบร้อยก่อนเสมอ จากนั้น ใช้น้ำยาชนิดเดียว ที่ใช้ทำความสะอาดกระจก มาฉีดลงบนผ้าชื้น ๆ เสร็จแล้วยกฝาเครื่องสแกนขึ้น แล้วเช็ดส่วนที่เป็นจอ และอื่นๆ ให้สะอาด ก่อนจะเช็ดด้วยผ้าแห้งอีกสองสามครั้ง
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับทิปส์ง่ายๆ ที่เรานำมาฝากกันในคราวนี้ ไม่ยากเลยใช่ไหมละคะ เพียงทำตามวิธีของเรา แม้ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงร่างเล็ก ๆ ก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ ค๊าาาา.......

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

วิธีดูและบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์

วิธีดูแลและบำรุงรักษาเครื่
องคอมพิวเตอร
นพดล เอกผาชัยสวัสดิ์
*
ดูแลตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และจอภาพ
เครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อใช้งานไปนานๆ จะมีฝุ่นละอองมาสะสม
ที่ตัวเครื่องทั้งภายในและภายนอกเครื่อง ดังนั้น จึงควรจะหันมาใส่ใจทำ
ความสะอาดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ จอภาพ เมาส์ คีย์บอร์ด รวมทั้ง
ลำโพง โดยใช้ผ้าแห้งๆ เช็ดเก็บฝุ่นละออง หรืออาจใช้เครื่องดูดฝุ่นดูด
เอาเศษฝุ่นต่างๆที่ติดอยู่ในร่องต่างๆ สำหรับจอภาพอาจใช้ผ้าชุบน้ำ บิดให้แห้งหมาดๆ เช็ดทำ
ความสะอาด หรือใช้เช็ดด้วยน้ำยาที่ออกแบบมาสำหรับทำความสะอาดจอภาพ
ส่วนภายในเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีฝุ่นมาเกาะ โดยเฉพาะบริเวณพัดลมระบาย
ความร้อนจะมีฝุ่นเกาะค่อนข้างมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนลดลง ใน
การทำความสะอาดภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ควรให้ผู้ที่มีความชำนาญทำความสะอาดภายใน
เครื่องคอมพิวเตอร์
ทำความสะอาดไฟล์ที่ไม่จำเป็นภายในฮาร์ดดิสก์
ไฟล์ต่างๆที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตั้งวินโดวส์ เมื่อใช้ไปนานๆจะต้องมีไฟล์
ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่จำเป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นชั่วคราว
โปรแกรมต่างๆ หรือไฟล์ของเว็บไซต์
รวมทั้งไฟล์ที่อยู่ในถังขยะ
กำจัดไฟล์เหล่านี้ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อไฟล์เหล่านี้มีจำนวนมาก ทำส่งผลให้
ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ลดลง ดังนั้นจึงหมั่นลบไฟล์เหล่านี้ทิ้ง โดยใช้
โปรแกรม
(Temporary Files) โดยจาก(Temporary Internet Files) ที่เราได้เข้าไปเยี่ยมชม(Recycle Bin) หลังจากที่ลบไฟล์ทิ้ง หากเราไม่ทำความสะอาดหรือDisk Cleanup ที่มากับวินโดวส์ ซึ่งอยู่ที่ Accessories -> System Tools
*
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร
บรรณสาร มศก
.. ปีที่ 23 ฉบับที่ 1 เมษายน กันยายน 2551 63
นอกจากนี้ สามารถดาวนโหลด ซอฟต์แวร์ที่ชื่อ
เว็บไซต์
ดีกว่า
CCleaner สามารถดาวนโหลดได้ที่http://www.ccleaner.com/ มาติดตั้งฟรี ซึ่งโปรแกรมนี้สามารถทำความสะอาดได้Disk Cleanup และรวดเร็วกว่า
วิ
64 ธีดูแลและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
ดูแลข้อมูลต่างๆ ในฮาร์ดดิสก์
เมื่อเราใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ไปสักพักหนึ่ง ซึ่งมีการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม
หรือมีการลบไฟล์บางไฟล์ทิ้งไป ทำให้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์จัดเก็บไม่เป็นระเบียบ ส่งผลให้การ
ค้นหาหรือเรียกใช้ข้อมูลทำได้ช้าไปด้วย และบางครั้งอาจจะส่งผลให้ไฟล์บางไฟล์มีปัญหาส่งผล
ให้เกิด
Error บ่อยๆได้ ดังนั้น ควรจะตรวจสอบและจัดการข้อมูลสม่ำเสมอ โดยใช้ scandisk
หรือ
รวมทั้งมีฟังก์ชันตรวจสอบหา
เมาส์ขวาที่ไดร์ฟที่ต้องการตรวจสอบ แล้วเลือกเมนู
Error-checking เพื่อตรวจสอบและแก้ไขไฟล์ต่างๆ ที่มีปัญหาในเครื่องคอมพิวเตอร์Bad Sector ภายในฮาร์ดดิสก์ โดยเปิด My Computer และคลิกProperties หลังจากนั้นเลือก tab Tools
จัดระเบียบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์
การจัดระเบียบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ ช่วยทำให้การอ่านข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยใช้
ซอฟต์แวร์ชื่อ
ควรจะปิดโปรแกรมทุกตัวก่อน และควรลบไฟล์ขยะเสียก่อน ในขณะที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่ควร
ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์
Disk Defragmenter ซึ่งอยู่ที่ Accessories -> System Tools ในการจัดระเบียบ
บรรณสาร มศก
.. ปีที่ 23 ฉบับที่ 1 เมษายน กันยายน 2551 65
นอกจากนี้เราสามารถดาวนโหลดซอฟต์แวร์ชื่อ
Version
AusLogics Disk Defrag เป็น Freeจากเว็บไซต์ http://www.auslogics.com/ มาติดตั้ง ซึ่งสามารถทำงานได้รวดเร็วกว่า
Disk Defragmenter
อัพเดตวินโดวส์ ช่วยให้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบันสามารถอัพเดตวินโดวส์ได้ง่ายๆ ผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยเลือก
Windows Update
Windows Update
ตรวจสอบวินโดวส์ เมื่อตรวจสอบเสร็จจะปรากฏรายชื่ออัพเดต ฟีเจอร์ใหม่ๆ รวมทั้งไดรเวอร์
ใหม่
เหตุที่ต้องอัพเดตวินโดวส์อย่างสม่ำเสมอ เพราะ
จาก Start -> All Programs -> Windows Update หรือ Start ->หลังจากจะเปิด Internet Explorer ขึ้นมาแล้วโปรแกรมจะทำการ
-
แก้ไขปัญหาต่างๆ ของวินโดวส์
-
ให้วินโดวส์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
บางครั้งตัววินโดวส์เองมีช่องโหว่ที่ถูกค้นพบในภายหลัง
ช่วยป้องกันการลับลอบเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจาก
-
บางครั้งมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้กับวินโดวส์
วิ
66 ธีดูแลและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
ทำความสะอาด
Registry
Registry
ที่มีการติดตั้งลงไปใน
ของระบบ Windows คือที่สำหรับเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นของซอฟต์แวร์Windows ซึ่งถ้าหากเราทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ และทำการลบหรือ
Uninstall
จะมีผลทำให้
รวมถึงจะเป็นการทำให้ ขนาดของ
ออกไปบ่อย ๆ ในบางครั้ง ค่าของ Registry ต่าง ๆ จะไม่ถูกยกเลิกออกจากระบบด้วยWindows ต้องมีการอ่านค่าต่าง ๆ จาก Registry เหล่านี้ขึ้นมาโดยไม่จำเป็นRegistry มีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้น การทำความสะอาด
Registry
ระบบ
ในส่วนนี้ จะเป็นการช่วย ลบค่าต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นในการใช้งานออกไป จะช่วยให้Windows ทำงานได้เร็วขึ้นตามไปด้วยซอฟต์แวร์ชื่อ CCleaner สามารถทำความสะอาด
Registry
ได้
ติดตั้งโปรแกรมป้องกัน
Malware
ปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราจะโดนก่อกวนหรือทำลายข้อมูลหรือโดนขโมย
ข้อมูล โดยไวรัส หรือเวริ์ม หรือ โทรจัน ที่แอบเข้ามาติดตั้งโดนที่เราไม่รู้ตัว ผ่านทาง
อินเตอร์เน็ตหรือผ่าน
Norton Internet, Kaspersky Internet, Nod32 Antivirus, Avira
เมื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ข้างต้นแล้วต้องหมั่นอัพเดต
เพื่อให้รู้จักและกำจัด
ในเครื่องคอมพิวเตอร์เดียวกัน เพราะจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราช้าลงมาก
handy drive ดังนั้นควรติดตั้งโปรแกรม Antivirus เช่น Norton Antivirus,เป็นต้นVirus Definition อย่างสม่ำเสมอMalware ตัวใหม่ๆ อยู่เสมอ และไม่ควรติดตั้งโปรแกรมประเภทหลายตัว.
􀁘􀁗

การซ่อมคอมพิวเตอร์