วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2554

โทษและประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต

ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต

อินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนชุมชนเมืองแห่งใหม่ของโลก เป็นชุมชนของคนทั่วมุมโลก จึงมีบริการต่างๆเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา
    1.ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์(Electronic mail=E-mail) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail
เป็นการส่งจดหมายผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยผู้ส่งสสามารถส่งข้อความไปยังที่อยู่ของผู้รับ ในรูปแบบของอีเมล์ เมื่อผู้ส่งเขียนจดหมาย แล้วส่งไปยังผู้รับ ผู้รับจะได้รับจดหมายภายในเวลาไม่กี่วินาที แม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลกก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถส่งแฟ้มข้อมูลหรือไฟล์แนบไปกับอีเมล์ได้ด้วย
   
2.กรขอเข้าระบบจากระยะไกลหรือเทลเน็ต(Telnet)

เป็นบริการอินเน็ตรูปแบบหนึ่งโดยที่เราสามารถเข้าไปใช้งานคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ไกลๆได้ด้วยตนเอง เช่น ถ้าเราอยู่ที่โรงเรียนทำงานโดยใช้อินเตอร์เน็ตของโรงเรียนแล้วกลับไปที่บ้าน เรามีคอมพิวเตอร์ที่บ้านและต่ออินเตอร์เน็ตไว้เราสามารถเรียกข้อมูลจากที่โรงเรียนมาทำที่บ้านได้ เสมือนกับเราทำงานที่โรงเรียนนั่นเอง
   
3.การโอนถ่ายข้อมูล(File Transfer Protocol หรือ FTP) เป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งของระบบอินเตอร์เน็ต เราสามารถค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสือ รูปภาพและเสียง
   
4.การสืบค้นข้อมูล(Gopher,Archie,World wide Web) หมายถึง การใช้เครื่อข่ายอินเตอร์เน็ตในการค้นหาข่าวสารที่มีอยู่มากมายแล้วช่วยจัดเรียงข้อมูลข่าวสารหัวข้ออย่างมีระบบ เป็นเมนู ทำให้เราหาข็อมูลได้ง่ายหรือสะดวกมากขึ้น

   
5.การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น(Usenet)
เป็นการให้บริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็นที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วโลกสามารถพบปะกัน แสดงความคิดเห็นของตน โดยมีการจัดการผู้ใช้เป็นกลุ่มข่าวหรือนิวกรุ๊ป(Newgroup)แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นหัวข้อต่างๆ เช่น เรื่องหนังสือ เรื่องการเลี้ยงสัตว์ ต้นไม้ คอมพิวเตอร์และการเมือง เป็นต้น ปัจจุบันมี Usenet มากกว่า15,000 กลุ่ม นับเป็นเวทีขนาดใหญ่ให้ทุกคนจากทั่วมุมโลกแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง
   
6.การสื่อสารด้วยข้อความ(Chat,IRC-Internet Relay chat)
เป็นการพูดคุยกันระหว่างผู้ใช้อินเตอร์เน็ต โดยพิมพ์ข้อความตอบกัน ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่ไดัรับความนิยมมากอีกวิธีหนึ่ง การสนทนากันผ่านอินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนเรานั่งอยู่ในห้องสนทนาเดียวกัน แต่ละคนก็พิมพ์ข้อความโต้ตอบกันไปมาได้ในเวลาเดียวกัน แม้จะอยู่คนละประเทศหรือคนละซีกโลกก็ตาม
   
7.การซื้อขายสินค้าและบริการ(E-Commerce = Eletronic Commerce)
เป็นการจับจ่ายซื้อ - สินค้าและบริการ เช่น ขายหนังสือ คอมพิวเตอร์ การท่องเที่ยว เป็นต้น ปัจจุบันมีบริษัทใช้อินเตอร์เน็ตในการทำธุรกิจและให้บริการลูกค้าตลอด24ชั่วโมง ในปี2540 การค้าขายบนอินเตอร์เน็ตมีมูลค่าสูงถึง1แสนล้านบาท และจะเพิ่มเป็น1ล้านล้านบาทในอีก5ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจแบบใหม่ที่น่าสนใจและเปิดทางให้ทุกคนเข้ามาทำธุรกิจได้โดยใช้ทุรไม่มากนัก
   
8.การให้ความบันเทิง(Entertain)
ในอินเตอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงในทุกรูปแบบต่างๆ เช่น เกมส์ เพลง รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด24ชั่วโมงและจากแหล่งต่างๆทั่วทุกมุมโลก ทั้งประเทศไทย อเมริกา ยุโรปและออสเตรเลีย เป็นต้น
โทษของอินเตอร์เน็ต
1.โรคติดอินเทอเน็ต(Webaholic)
อินเตอร์เน็ตก็เป็นสิ่งเสพติดหรือ?
การเล่นอินเตอร์เน็ต ทำให้คุณเสียงาน ผู้ใดเป็นผู้ที่ติดการพนัน การติดการพนันประเภทที่ถอนตัวไม่ขึ้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับ การติดอินเตอร์เน็ต เพราะทั้งสองอย่าง เกี่ยวข้องกับการล้มเหลว ในการควบคุมความต้องการของตนเอง โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสารเคมีใดๆ (อย่างสุรา หรือยาเสพติด) ผู้ที่มีอาการอย่างน้อย 4 อย่าง เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปีถือได้ว่า มีอาการติดอินเตอร์เน็ต
  รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์เน็ต
  มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น
  ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้
  รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้
  ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใช้อินเตอร์เน็ตทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
  หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง
  การใช้อินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการสูญเสียงาน การเรียน และความสัมพันธ์ ยังใช้อินเตอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
  มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต
  ใช้เวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตนานกว่าที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้

มีผล กระทบต่อการเรียน อาชีพ สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของคนคนนั้น ถึงแม้ว่าการวิจัยที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า การติดเทคโนโลยีอย่างเช่น การติดเล่นเกมส์ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเพศชายแต่ผลลัพธ์ข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ติดอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง วัยกลางคนและไม่มีงานทำ

2.เรื่องอณาจารผิดศีลธรรม(Pornography/Indecent Content) เรื่องของข้อมูลต่างๆที่มีเนื้อหาไปในทางขัดต่อศีลธรรม ลามกอนาจาร หรือรวมถึงภาพโป๊เปลือยต่างๆนั้นเป็น เรื่องที่มีมานานพอสมควรแล้วบนโลกอินเทอเน็ต แต่ไม่โจ่งแจ้งเนื่องจากสมัยก่อนเป็นยุคที่ WWW ยังไม่พัฒนา มากนักทำให้ไม่มีภาพออกมา แต่ในปัจจุบันภายเหล่านี้เป็นที่โจ่งแจ้งบนอินเทอเน็ตและสิ่งเหล่านี้สามารถเข้าสู่เด็ก และเยาวชนได้ง่ายโดยผู้ปกครองไม่สามารถที่จะให้ความดูแลได้เต็มที่ เพราะว่าอินเทอเน็ตนั้นเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและเปิดกว้างทำให้สื่อเหล่านี้สามรถเผยแพร่ไปได้รวดเร็วจนเรา ไม่สามารถจับกุมหรือเอาผิดผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้
3.ไวรัส ม้าโทรจัน หนอนอินเตอร์เน็ต และระเบิดเวลา ไวรัส : เป็นโปรแกรมอิสระ ซึ่งจะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำลายข้อมูล หรืออาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงโดยการแอบใช้สอยหน่วยความจำหรือพื้นที่ว่างบนดิสก์โดยพลการ
ม้าโทรจัน : ม้าโทรจันเป็นตำนานนักรบที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ แล้วแอบเข้าไปในเมืองจนกระทั่งยึดเมืองได้สำเร็จ โปรแกรมนี้ก็ทำงานคล้ายๆกัน คือโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่ไม่พึงประสงค์ มันจะซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาต มันมักจะทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการ และสิ่งที่มันทำนั้น ไม่มีความจำเป็นต่อเราด้วย
หนอนอินเตอร์เน็ต : ถูกสร้างขึ้นโดย Robert Morris, Jr. จนดังกระฉ่อนไปทั่วโลก มันคือโปรแกรมที่จะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จากระบบหนึ่ง ครอบครองทรัพยากรและทำให้ระบบช้าลง
ระเบิดเวลา : คือรหัสซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นรูปแบบเฉพาะของการโจมตีนั้นๆ ทำงานเมื่อสภาพการโจมตีนั้นๆมาถึง ยกตัวอย่างเช่น ระเบิดเวลาจะทำลายไฟล์ทั้งหมดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2542 

อันตรายจากอินเตอร์เนตที่ควรรู้
เว็บบอร์ดหรือกระดานแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นสิ่งหนึ่งที่เราสามารถใช้เพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเว็บแต่ก็มีความ เสี่ยงอย่างมหาศาล
 
ในยุคอินเทอร์เน็ตที่กำลังแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าเด็กยุคใหม่ กำลังมีปัญหากับการใช้ความคิดและการพิมพ์ข้อความเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีการใช้คำหยาบคาย คำไม่สุภาพ การถูกดูหมิ่นผู้อื่น นินทาใส่ร้ายผู้อื่น จนทำให้ใครต่อใครเสียหายมามากมายแล้ว ล่าสุด ผู้เสียหายมักจะเป็นคนดัง เช่น ดารานักแสดง นักการเมือง ที่ถูกนินทาว่าร้ายทางเว็บบอร์ดในทางที่เสียหาย เด็กยุคใหม่นี้มีการซื้อขายบริการทางเพศทางเว็บบอร์ดก็มีบ้าง นอกจากจะเขียนหนังสือที่สื่อความไม่ดี และ หยาบคายไม่สุภาพแล้ว เด็กร่นใหม่ยุคปัจจุบันก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจในคำไทยอยู่มากพอสมควรและ ไม่รู้จักกาลเทศะ

ที่น่าสังเกตว่า มีหลายคนตอบในเว็บบอร์ดตามกระทู้ต่างๆ จะพบว่า คนตอบส่วนใหญ่มักขาดความพยายามในการใช้เหตุและผลในการตอบของตนเองเสียก่อน พวกเขามักจะนึกอยากจะพูดก็พูดออกมาเลยก็ ซึ่งจะกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีติดตัวไปอีกนาน ความหวังที่พวกเราจะได้เด็กรุ่นใหม่มาแก้ปัญหาของชาติดูจะริบหรี่ลงไปเลยที เดียวความเลวร้ายของอินเทอร์เน็ตยังลึกลงไปกว่านี้อีกเยอะ จนเราตามไม่ทัน ในตอนแรกๆ ที่เราเข้าไปดูเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ต่างๆ เช่น พันธุ์ทิพย์ดอทคอม ที่สังเกตเห็นทันทีว่าคนส่วนใหญ่พิมพ์คำไทยผิดเพี้ยนไปมากหลายคำหลายประโยค และ มีการใช้คำไม่สุภาพอีกมากมายในเว็บบอร์ดอีกด้วย

บางคนเขียนด่าหรือเขียนส่อเสียด ผู้อื่น จนทำให้ผู้อื่นเสียหายมามากแล้ว ด้วยความรู้สึกที่อยากจะระบายอารมณ์ด้วยการ "ด่าหยาบคาย ใช้คำรุนแรงไม่สุภาพลงไปในเว็บบอร์ด

คำด่าหรือคำส่อเสียดนั้นก็ จะหลีกเลี่ยงไปใช้คำที่ผิดๆ เรื่องเหล่านี้กำลังแพร่ระบาดมากในเว็บไชต์ต่างๆมากขึ้นทุกวัน และกำลังแพร่ระบาดไปถึงทุกระดับสังคม โดยเฉพาะสังคมอินเทอร์เน็ต "ใครใคร่พูดอะไรก็พูดออกมา ใครใคร่ด่าใครก็ด่าออกมา แต่พูดให้มันกำกวมหรือไม่ตรงกับตัวคนจริง ทั้งหมดนี้แหละ คือ ของจริงและน่ากลัวจนขนหัวลุก กลายเป็นปัญหาสังคมไทยไปแล้ว

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความหมายและความเป็นมาของคอมพิวดตอร์

<>
คอมพิวเตอร์  หมายถึง  เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้คำจำกัดความว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่ เสมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์
การจำแนกคอมพิวเตอร์ตามลักษณะวิธีการทำงานภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
1. แอนะล็อกคอมพิวเตอร์ [ Analog Computer]
เป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้ค่าตัวเลขเป็นหลักของการคำนวณ แต่จะใช้ค่าระดับแรงดันไฟฟ้าแทน แอนะล็อกคอมพิวเตอร์จะมีลักษณะเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่แยกส่วนทำหน้าที่เป็นตัวกระทำและเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ จึงเหมาะสำหรับงานคำนวณทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมที่อยู่ในรูปของสมการทางคณิตศาสตร์ เช่น การจำลองการบิน การศึกษาการสั่นสะเทือนของตึกเนื่องจากแผ่นดินไหว เป็นต้น ในปัจจุบันไม่ค่อยพบเห็นแอนะล็อกคอมพิวเตอร์เท่าไรนักเพราะผลการคำนวณมีความละเอียดน้อย ทำให้มีขีดจำกัดใช้ได้กับงานเฉพาะบางอย่างเท่านั้น
2. ดิจิทัลคอมพิวเตอร์ [Digital Computer]
เป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานเกี่ยวกับตัวเลข ค่าตัวเลขของการคำนวณในดิจิทัลคอมพิวเตอร์จะแสดงเป็นหลัก แต่จะเป็นระบบเลขฐานสองที่มีสัญลักษณ์ตัวเลขเพียงสองตัว คือ 0 และ 1 เท่านั้น โดยสัญลักษณ์ทั้งสองตัวนี้ จะแทนลักษณะการทำงานภายในซึ่งเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ต่างกัน การคำนวณภายในดิจิทัลคอมพิวเตอร์จะเป็นการประมวลผลด้วยระบบเลขฐานสองทั้งหมด เครื่องดิจิทัลคอมพิวเตอร์หรือนิยมเรียกสั้นๆ ว่า คอมพิวเตอร์ กำลังได้รับความนิยมกันมากในขณะนี้ และพบเห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ได้แบ่งเป็น 5 ยุค ตามลักษณะโครงสร้างและเทคโนโลยี ดังนี้
1]. คอมพิวเตอร์ยุคแรก [อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2488 - พ.ศ. 2501]
เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสุญญากาศ ใช้กำลังไฟฟ้าสูง มีปัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดบ่อย การสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ค วัน [Mark I], อีนิแอค [ENIAC], ยูนิแวค [UNIVAC]

2]. คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง [อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2502 - พ.ศ. 2506]
เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจำ มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็ก ส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ มีการสั่งงานโดยใช้ภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยคที่สามารถเข้าาใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษาระดับสูงนี้ได้มีการพัฒนาและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

3]. คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม [อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2507 - พ.ศ. 2512]
เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม [Integrated Circuit : IC] โดยวงจรรวมแต่ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมาย ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง ไม่สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า โครงสร้างของคอมพิวเตอร์จะออกแบบซับซ้อนมากขึ้น และสามารถสร้างเป็นโปรแกรมย่อยๆ ในการกำหนดชุดคำสั่งต่างๆ ทางด้านซอฟต์แวร์มีระบบควบคุมที่มีความสามารถสูงทั้งในรูประบบแบ่งเวลาการทำงานให้กับงานหลายๆ อย่าง

4]. คอมพิวเตอร์ยุคที่สี่ [ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 - ปัจจุบัน]
เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก [Very Large Scale Integration : VLSI] เช่น ไมโครโพรเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์นับหมื่นนับแสนตัว ทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงสามารถตั้งบนโต๊ะในสำนักงานหรือพกพาเหมือนกระเป๋าหิ้วไปในที่ต่างๆ ได้ มีการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นมาก มีโปรแกรมสสำเร็จให้เลือกใช้กันมาก ทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานอย่างกว้างขวาง

5]. คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า
เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่างๆ เข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เกิดประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ [Artificial Intelligence : AI] ประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรปกำลังสนใจค้นคว้า และพัฒนาทางด้านนี้กันอย่างจริงจัง

<>

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การประกอบคอมพิวเตอร์

 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
การจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องมือสำหรับการประกอบ

อุปกรณ์ภายนอก
ประกอบด้วย



Monitor หรือ จอภาพ ใช้แสดงผลการทำงานต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบ เช่น แบบ CRT ซึ่งเป็นแบบที่ใช้
หลอดภาพ หรือจะเป็นแบบ LCD ซึ่งมีหน้าจอแบบราบ ขนาดจอบาง น้ำหนักเบา ทันสมัย



Keyboard หรือ แป้นพิมพ์ ใช้สำหรับป้อนขัอมูลหรือคำสั่งต่างๆ เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์



Mouse หรือ เม้าส์ ใช้สำหรับควบคุม cursor บนหน้าจอเพื่อจัดการคำสั่งการทำงานต่างๆ บนหน้าจอ



Speaker หรือ ลำโพง ใช้สำหรับแสดงข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของเสียง เช่น เสียงเพลง เป็นต้น



Case โดยทั่วไปจะมี Power Supply อยู่ภายในด้วย ทำหน้าที่ บรรจุอุปกรณ์ต่างๆ และจ่ายพลังงานให้กับระบบ



Floppy Disk Drive ทำหน้าที่ในการอ่านและเขียนข้อมูลลงแผ่นดิสเกตต์



Optical Drive มีหลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดก็มีความสามารถแตกต่างกันไป

อุปกรณ์ภายใน

ประกอบด้วย



CPU หรือ หน่วยประมวลผลกลาง ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล และควบคุมการทำงานในคอมพิวเตอร์ เปรียบได้กับ " สมองของคอมพิวเตอร์ "



Mainboard หรือ Motherboard หรือ แผงวงจรหลัก เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ถือว่าเป็นศูนย์กลางของคอมพิวเตอร์



RAM หรือ หน่วยความจำ ทำหน้าที่เป็นหน่วยความจำชั่วคราว ใช้สำหรับเก็บข้อมูล ที่จะนำไปประมวลผล



Harddisk ทำหน้าที่ในการเก็บบันทึกข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ



VGA Card หรือ Graphic Card หรือ การ์ดแสดงผล ใช้สำหรับประมวลผลข้อมูลที่จะแสดงบนหน้าจอ เชื่อมต่อกับ จอภาพหรือ Monitor



Sound Card หรือ การ์ดเสียง ใช้สำหรับประมวลผลข้อมูลที่จะแสดงออกมาในรูปแบบของเสียงผ่านทางลำโพง



Modem ใช้สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นโดยผ่านทางสายโทรศัพท์ โดยมากจะใช้เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต



LAN Card ใช้สำหรับเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องเข้าด้วยกัน ผ่านทางเครือข่ายท้องถิ่น (LAN )
ขั้นตอนการประกอบคอมพิวเตอร์ 

     โดยทั่วไปหากหาซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆได้ตามที่ต้องการแล้วก็มาเริ่มกันเลยแล้วกันนะครับ ขั้นแรกเลยก็ให้นำ Case หรือตัวกล่องเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นมาแกะออก พอแกะแล้วก็จะได้รูปร่างดังรูปที่เห็นข้างล่างนี้แหละ ก็มีสายไฟต่าง ๆ ติดอยู่

     มาดูที่ Mainboard ของเราว่ามีช่องอย่างไรบ้างโดยทั่วไปแล้วปัจจุบันนี้แผ่นรอง Caseที่ออกแบบมานั้นจะมีเป็น ตัวยึดสำเร็จรูปไว้คอยยึด Mainboard ให้ติดกับแผ่นรองอยู่แล้วแต่หากว่าต้องการให้มีการยึดติดที่แน่นกว่านี้ก็ให้ทำ การขันน็อตเพิ่มเข้าไปอีกได้ ระวังเรื่องการวางต่าง ๆ อย่าให้มีส่วนไหนที่จะทำให้มีการซ็อตลงกราด์วได้ เพราะว่าส่วนนี้ต้องสำคัญมากทีเดียวหากว่าต้องมีการขันน็อตยึดแล้วให้หาแผ่นรองการขันเพื่อยึดด้วย โดยส่วนมาก Case ที่มีขายจะมีแผ่นรองพวกนี้มาให้อยู่แล้วเป็นแผ่นวงกลมเล็ก ๆ สีน้ำตาล ไว้รองในการยึด 
1

     หลังจากที่วาง Mainboard และยึด Mainboard ติดกับแผ่นรองแล้วก็ลอง ๆ ขยับ Mainboard ว่าเลื่อนหรือเปล่า
การติดตั้ง CPU


กำหนดค่าสัญญาณนาฬิกาของให้กับซีพียู
 ความเร็วสัญญาณนาฬิกาของซีพียู = ความเร็วบัส x ตัวคูณ 
* ความเร็วสัญญาณนาฬิกาของซีพียู (Bus Frequency)
* ตัวคูณความถี่ (Frequency Ratio)
กำหนดค่าความเร็วบัส และตัวคูณ
1. กำหนดค่าด้วย Jumper หรือ Dip-Switch
2. กำหนดค่าด้วย BIOS
     ทีนี้ก็มาถึงส่วนของการนำ CPU มาใส่ใน Slot ของ CPU Slot บน Mainboardจากรูปผมตัดมาให้ดูทีละส่วน นะครับในการนำอุปกรณ์แต่ละชนิดเข้ามาเชื่อมต่อ เช่นขั้นตอนต่อไปนี้เป็นขั้นตอนการใส่ CPU

     CPU ที่ใช้ในการติดตั้งเป็น CPU socket 775 โดยจะไม่มีขา โดยง้างตัวล็อคซีพียูออก วางซีพียูลงไปให้ตรงร่อง ง้างตัวล็อคซีพียูเข้าเป็นอันเสร็จ 

มาถึงขั้นตอนการติดตั้งพัดลม CPU

     
     จับพัดลมให้แน่นวางลงไปให้ตรงร่องของเมนบอร์ดเมื่อวางแล้วให้กดตัวล็อคเข้าไปทีละตัวจนได้ยินเสียงว่าถูกล็อคแล้ว   เมื่อกดครบแล้วก็นำสายไฟพัดลมไปเสียบตรงบอร์ด เป็นอันเสร็จสิ้น
การติดตั้ง Hard disk


                ฮาร์ดิสก์แบบ SATA จะไม่มีจั้มเปอร์ และใช้สายสีแดงเป็นตัวโอนถ่ายข้อมูล
1

 
ถ้าเป็นรุ่นเก่าโดยจะใช้จั้มเปอร์เป็นตัวกำหนด
ขันน็อตยึดเสียบสายไฟเป็นอันใช้ได้
การติดตั้ง CD ROM

    
การใส่ CD-Rom ก็ควรเลือกใส่ตามสบายเลยครับว่าจะใส่ตรงช่องไหน



    
การใส่สาย CD-Rom ควรใส่ให้ตรงช่องด้วยนะครับแทบสีแดงจะเอยู่ทางด้านขาที่ 1 ของตัว CD-Rom
Hard disk ก็เหมือนกันครับสังเกตนิดหนึ่งนะครับเดี๋ยวจะเปิดไม่ติด




ลักษณะการใส่ครับอย่างแม่นยำและ  ถูกต้อง
    การยึดสกรูตัวการ์ดเข้ากับตัวเคสเพื่อป้องกันไม่ให้มันโยก
การติดตั้ง RAM
จากนั้นก็ให้ทำการเอา Ram ที่ซื้อมานั่นแหละใส่ลงไปในช่องเสียบ Ram โดยให้ง้างตัว Lock ด้านข้างออกแล้วก็ค่อย ๆ เสียบ Ram ลงไปโดยดูนิดหนึ่งว่าหันขั้วของ Ram ถูกหรือเปล่าเพราะว่าจริง ๆ แล้วมันจะมีขั้วของมันอยู่ ถ้าเป็น Ram ที่มีขายอยู่ตอนนี้ก็คงเป็น Ram แบบ DDR2-Ram ดังที่เห็นอยู่ในรูป

1


และนี่ก็คือช่อง Ram ที่เราจะเสียบ Ram ลงไป
ง้างขาของที่ Lock Ram ออกให้กว้างแล้วก็ค่อย ๆ กด Ram ลงไปค่อย ๆ ช่วงที่เรากดนี้ตัว Lock จะค่อย ๆ เลื่อนเขามาล็อก Ram เองโดยอัตโนมัติ แต่หากว่าบางคนที่มี Mainboard ที่เป็นช่อง Ram แบบเก่าก็สามารถที่จะใส่ได้เหมือนกันนะครับ หากว่า Slot ใส่ Ram ของท่านเป็นดังที่เห็นในตัวอย่างดังรูป และมี Ram เป็นแบบ 30 Pin หรือ 72 Pin คุณก็สามารถที่นะใส่ Ram ชนิดนี้ได้เหมือนกัน โดยที่ให้หัน Ram ให้ถูกทางตาม Lock ของ Ram สังเกตได้ว่าหากไม่ตรง Lock เขี้ยวของการใส่ Ram จะไม่ตรงกัน ให้หันให้ตรงกันซ่ะ แล้วเวลาใส่ให้เอียง Ram ที่จะให้ให้ทำมุมกับ Slot ประมาณ 60 องศา แล้วค่อยกดลงไปจากนั้นก็ดันขึ้นมาให้ตั้งเป็น 90 องศา Ram ที่เราใส่ก็จะถูก Lock โดยตัว Lock ทันที สำหรับเวลาถอดออกนั้นก็ให้ง้างตัว Lock ออกไปทางด้านข้าง Ram ก็จะดีดออกมาเองตามมุมประมาณ 60 องศาเหมือนกับตอนที่ใส่แหละ
การติดตั้ง VGA
รูปแบบ การ์ด VGA แบบนี้จะเป็นแบบ PCI-x นะครับสังเกตได้ลักษณะของ พินด้านล่างจะสั้นกว่าแบบ AGP





รูปแบบการใส่การ์ดสำหรับ Slot PCI-x ครับการใส่ต้องระวังหน่อยครับควรกดด้านหลังเข้าก่อนครับแล้วก็ค่อยๆกดด้านหน้าเข้าครับ อย่างช้าๆ และใจเย็นๆอย่าใจร้อนโดยเด็ดขาด



รูปแบบการใส่การ์ดของ Slot PCI -X ก็ต้องกดด้านท้ายเข้าไปก่อนนะครับค่อยๆกดนะครับ ถ้ากดแรงอาจจะทำให้ตัวการ์ดหักได้


การติดตั้ง Floppy disk

รูปแบบการใส่ เจ้าตัว Floppy Disk



ใส่เสร็จแล้วก็ใส่สกรูให้มันชะจะได้อยู่อย่างมั่นคงไม่โอนเอน

การติดตั้งสายสวิตซ์ ต่างๆ



การต่อสาย Switch ต่างๆเข้ากับตัวเมนบอร์ดต้องอ่านคู่มือเมนบอร์ดให้ดีๆนะครับอย่าจั้มมั่วไม่อย่างนั้นอาจจะไม่ติดเลยก็ได้นะครับสังเกตให้ดีๆหน่อย




รูปสำเร็จในการประกอบครับอาจจะยังไม่ต้องปิดฝาเคสก็ได้เผื่อมีปัญหาไรก็จะได้ไม่เสียเวลาในการเปิด
การต่อสาย Power ด้านหลังควรจะเสียบให้มันแน่ๆหน่อยนะครับส่วนสายเมาท์กับคีย์บอร์ดอย่าใส่สลับกันหล่นถ้าใส่สลับกับคีย์บอร์ดอาจจะไม่ติดเลยก็ได้
จากนั้นก็ใส่สายจอภาพและสายลำโพงได้ตามลำดับเลยล่ะกันครับ เท่านี้ก็เท่ากับเรียบร้อยจากนั้นก็ลองเปิดเครื่องทดสอบกันเลยละกันว่าจะออกมาในลักษณะอย่างไรแต่คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับถ้าได้ปฏิบัติตามที่ผมได้พูดมาทั้งหมดก็เรียบร้อยถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาตอนเปิดเครื่องอย่าตกใจนะครับ ลองเริ่มต้นตรวจเช็คดูให้ดีๆว่าเราผิดพลาดตรงไหน

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วิธีใช้ งาน facebook

    วิธีสมัคร Facebook

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนการสมัครก็คือ อีเมล์ ครับ จะเป็น Gmail, Hotmail, Yahoo! หรืออีเมล์ใดๆ
ก็ได้และ ไม่ควรนำอีเมล์สำคัญๆมาใช้ในการเล่นเฟสบุ๊ค ครับ เป็นต้นว่าอีเมล์ติดต่องาน
หรืออีเมล์บริษัท

ทั้งนี้ ก็เพราะตลอดการเล่น Facebook เราจะต้องใช้อีเมล์นี้รับข้อมูลที่ส่งมาจากบริการของ Facebook
อยู่บ่อยๆครับ
ถ้าเราใช้บริการเฟสบุ๊คบ่อยแค่ไหนก็ Inbox ของเราก็จะยิ่งรับข้อมูลมากขึ้นครับ
ซึ่งจะทำให้เราเกิดความรำคาญได้ครับ
...................................................................................................................................

เอาล่ะทีนี้ก็ถึงเวลาเริ่มต้นสมัครเล่น Facebook กันเสียที ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ
1. 
เข้าที่เว็บไซต์ http://www.facebook.com/

2. 
คลิกที่ ภาษาไทย (ขออนุญาตใช้งาน Facebook ในแบบภาษาไทยครับ)

3. 
กรอกรายละเอียดของเรา ให้ครบทุกช่อง ถ้าเป็นไปได้ควรกรอกให้ตรงกับความเป็นจริง โดยเฉพาะ อีเมล์ ครับ

4. 
พิมพ์ตัวอักษรที่เรามองเห็น จากนั้นให้คลิกปุ่ม ลงทะเบียน ครับ

5. 
คลิกที่ ข้าม

6. 
คลิกที่ ข้ามขั้นตอนนี้

7. 
คลิกที่ ข้าม

8. 
คลิกที่ ข้าม

9. 
คลิกที่ ข้าม

10.  
จะปรากฏแถบข้อความแจ้งกับเราว่า ได้ส่งคำขอการยืนยันการสมัครจากทีมงาน Facebook ไปยังอีเมล์ของเรา (อีเมล์ที่กรอกตอนสมัคร) ให้เรารีบไปเช็คอีเมล์ได้เลยครับ

11.  
เปิดเช็คอีเมล์ใน Inbox เราจะพบว่ามีอีเมล์มาใหม่อยู่ 2 ฉบับ ให้เราคลิกเปิดอ่านอีเมล์หัวข้อ การยืนยันชื่อเข้าใช้งาน Facebook ดังรูป

12.  
คลิกลิงค์ยืนยันการสมัครได้เลยครับ

13.  
การสมัครได้รับการยืนยันแล้ว ให้คลิก ตกลง ครับ

14.  
จะกลับเข้าสู่หน้าเว็บ Facebook อีกครั้ง ซึ่งหน้าตาอาจจะยังดูแปลกๆ นิดหน่อยครับ เนื่องจากเรายังไม่มีเพื่อนเล่นFacebook กับเรา

15.  
ขั้นตอนสมัคร Facebook ก็จบแต่เพียงเท่านี้ครับ และทุกครั้งที่เล่น Facebook เสร็จแล้วก็อย่าลืม ออกจากระบบ อย่างถูกวิธี ดังรูป


    วิธีสมัคร Facebook

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนการสมัครก็คือ อีเมล์ ครับ จะเป็น Gmail, Hotmail, Yahoo! หรืออีเมล์ใดๆ
ก็ได้และ ไม่ควรนำอีเมล์สำคัญๆมาใช้ในการเล่นเฟสบุ๊ค ครับ เป็นต้นว่าอีเมล์ติดต่องาน
หรืออีเมล์บริษัท

ทั้งนี้ ก็เพราะตลอดการเล่น Facebook เราจะต้องใช้อีเมล์นี้รับข้อมูลที่ส่งมาจากบริการของ Facebook
อยู่บ่อยๆครับ
ถ้าเราใช้บริการเฟสบุ๊คบ่อยแค่ไหนก็ Inbox ของเราก็จะยิ่งรับข้อมูลมากขึ้นครับ
ซึ่งจะทำให้เราเกิดความรำคาญได้ครับ
...................................................................................................................................

เอาล่ะทีนี้ก็ถึงเวลาเริ่มต้นสมัครเล่น Facebook กันเสียที ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ
1. 
เข้าที่เว็บไซต์ http://www.facebook.com/

2. 
คลิกที่ ภาษาไทย (ขออนุญาตใช้งาน Facebook ในแบบภาษาไทยครับ)

3. 
กรอกรายละเอียดของเรา ให้ครบทุกช่อง ถ้าเป็นไปได้ควรกรอกให้ตรงกับความเป็นจริง โดยเฉพาะ อีเมล์ ครับ

4. 
พิมพ์ตัวอักษรที่เรามองเห็น จากนั้นให้คลิกปุ่ม ลงทะเบียน ครับ

5. 
คลิกที่ ข้าม

6. 
คลิกที่ ข้ามขั้นตอนนี้

7. 
คลิกที่ ข้าม

8. 
คลิกที่ ข้าม

9. 
คลิกที่ ข้าม

10.  
จะปรากฏแถบข้อความแจ้งกับเราว่า ได้ส่งคำขอการยืนยันการสมัครจากทีมงาน Facebook ไปยังอีเมล์ของเรา (อีเมล์ที่กรอกตอนสมัคร) ให้เรารีบไปเช็คอีเมล์ได้เลยครับ

11.  
เปิดเช็คอีเมล์ใน Inbox เราจะพบว่ามีอีเมล์มาใหม่อยู่ 2 ฉบับ ให้เราคลิกเปิดอ่านอีเมล์หัวข้อ การยืนยันชื่อเข้าใช้งาน Facebook ดังรูป

12.  
คลิกลิงค์ยืนยันการสมัครได้เลยครับ

13.  
การสมัครได้รับการยืนยันแล้ว ให้คลิก ตกลง ครับ

14.  
จะกลับเข้าสู่หน้าเว็บ Facebook อีกครั้ง ซึ่งหน้าตาอาจจะยังดูแปลกๆ นิดหน่อยครับ เนื่องจากเรายังไม่มีเพื่อนเล่นFacebook กับเรา

15.  
ขั้นตอนสมัคร Facebook ก็จบแต่เพียงเท่านี้ครับ และทุกครั้งที่เล่น Facebook เสร็จแล้วก็อย่าลืม ออกจากระบบ อย่างถูกวิธี ดังรูป

วิธีการใช้งานคำสั่งแชท (Chat)

Chat Facebook
  1. ที่บริเวณมุมขวาล่างหน้าหน้าจอ Facebook จะมีคำสั่ง Chat(3) ?ซึ่งจะบ่งบอกว่า มีจำนวนเพื่อนของเรา รอ Chat อยู่กี่คน
  2. คลิกที่ปุ่ม Chat นี้ จะปรากฏรายชื่อเพื่อนที่ออนไลน์อยู่ ให้คลิกเลือกเพื่อนที่ต้องการ
  3. พิมพ์ข้อความที่บรรทัดล่าง
แค่นี้เราก็สามารถสนทนาผ่านแชทของ Facebook ได้แล้ว ระหว่าการแชท เราสามารถพักได้โดยการ minimize หน้าจอให้เล็กลง เท่านั้นเอง และถ้ามีการโต้ตอบ จะมีตัวเลขแสดงให้เห็นสีแดง